สิริถาวร พระเครื่อง jramulet.com

พระปิดตาพังพระกาฬ หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ ปี 2549

มีลูกค้าบูชาไปแล้วครับ
SOLD OUT
สำนักตักศิลามหาเวทเขาอ้อ มีตำนานกล่าวขานกันมานับพันปีตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ในอดีตเป็นสถานที่บำเพ็ญพรตของบรรดาพระฤาษี ผู้มีตบะแก่กล้ามากด้วยอิทธิฤทธิ์กฤตยาคม มีการถ่ายทอดสรรพวิชามหาเวทจากรุ่นส
เหลือ 99 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : จตุคามรามเทพ
  • รหัสสินค้า : 000015

รายละเอียดสินค้า พระปิดตาพังพระกาฬ หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ ปี 2549

สำนักตักศิลามหาเวทเขาอ้อ มีตำนานกล่าวขานกันมานับพันปีตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ในอดีตเป็นสถานที่บำเพ็ญพรตของบรรดาพระฤาษี ผู้มีตบะแก่กล้ามากด้วยอิทธิฤทธิ์กฤตยาคม มีการถ่ายทอดสรรพวิชามหาเวทจากรุ่นสู่รุ่นจวบจนถึงพระฤาษีตนสุดท้ายนามว่า " บรมครูลูจี " ซึ่งบำเพ็ญพรตอยู่ภายในถ้ำฉัตรทัณฑ์อันสงบวิเวก ต่อมาท่านได้หยั่งรู้ด้วยญาณวิเศษว่าภายภาคหน้าพระพุทธ

ศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองแผ่เข้ามาแทนที่ศาสนาพราหมณ์ในอาณาจักรนี้ จึงได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงศีลบริสุทธิ์รูปหนึ่งให้มาจำพรรษาในถ้ำฉัตรทัณฑ์ พร้อมทั้งมอบถวายคัมภีร์ของปรมาจารย์และถ่ายทอดสรรพวิชาความรู้สงเคราะห์แก่พุทธศาสนิกชนทั่วไปจนปรากฏกิตติศัพท์เลื่องลือกล่าวขานกว้างไกล พระอาจารย์ทองหูยาน จึงนับเป็นปฐมปรมาจารย์ ผู้สถาปนาสำนักตักศิลามหาเวทเขาอ้ออันเกรียงไกรในแผ่นดิน

สำนักเขาอ้อผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานหลายยุคหลายสมัย ในบางยุคก็เจริญรุ่งเรืองเลื่องชื่อลือกระฉ่อน แต่ในบางสมัยก็เสื่อมโทรมร่วงโรยไร้เสียงกล่าวขานถึง แต่ไม่ว่าจะในยุคใดสมัยใดสำนักตักศิลาวัดเขาอ้อแห่งนี้ก็ไม่เคยขาดศิษย์ดีมีวิชาที่ได้รับการสืบทอดพุทธามหาเวทกันมาอย่างต่อเนื่องเฉกเช่นปูชนียบุคคลสองท่านผู้ล่วงลับไปแล้ว คือ พระครูอดุลธรรมกิตติ์หรือพ่อท่านกลั่น อัคคธัมโม และ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช มือปราบหนังเหนียวฆราวาสจอมขมังเวทได้สนองพระคุณสำนักครูบาอาจารย์ร่วมกันจัดสร้างวัตถุมงคลอมตะอันทรงคุณค่ายิ่ง รุ่น ขุนพันธ์พุทธาคมเขาอ้อ ในปี 2544 และมงคลจักรวาลพุทธาคมเขาอ้อ ในปี 2545 เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของวัดเขาอ้อสำนักตักศิลามหาเวทให้เลื่องชื่อลือชาไปทั่วแผ่นดิน และนำ
ปัจจัยมาบูรณะก่อสร้างเสนาสนะพัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองตราบทุกวันนี้ คุณงามความดีของปูชนียบุคคลทั้งสองท่านได้จารึกไว้

ในความทรงจำของบรรดาคณะศิษย์เขาอ้อทุกท่านอย่างไม่มีวันลืมเลือน ในปี 2549 นี้ พ่อท่านห้อง รักษาการเจ้าอาวาสได้ร่วมกับ คุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช กตัญญูบุตรลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นของ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้สืบสานกุศลเจตนาจัดสร้าง วัตถุมงคลอันทรงคุณค่า รุ่น หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำปัจจัยบูรณะ ก่อสร้างศาลาบำเพ็ญกุศลหลักใหญ่ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว ด้วยชื่อเสียงเกียรติคุณของสำนักเขาอ้อ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช ผู้มีผลงานสร้างสรรค์วัตถุมงคล รุ่น บูรณะหลักเมืองนครศรีฯ 2547 และหลักเมืองรุ่นพิเศษ 9 รอบ 9 พิธี 108 ปี ท่านขุนพันธ์ อันโด่งดังลือสนั่นเมืองได้รับความนิยมศรัทธาอย่างสูงในปัจจุบันนี้ ด้วยรูปแบบพิมพ์ทรงอันสวยงามวิจิตรตระการตาด้วยเนื้อหามวลสารอันเลิศล้ำและพิธีกรรมอันเข้มขลังอลังการ ซึ่งประกอบขึ้นถึง 9 วาระ มหามงคล ส่งผลให้วัตถุมงคลทรงคุณค่า รุ่น หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ ได้รับความนิยมศรัทธาท้วมท้นสูงสุด เป็นประวัติการณ์เพราะวัตถุมงคลมากมายหลายรายการได้มีผู้ให้ความศรัทธาสั่งจองหมดไปในระยะเวลาอันสั้น ตั้งแต่เริ่มเปิดจองเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2549

พิธีกรรม 9 วาระมหามงคล (ครบถ้วนพลังธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ)

วาระที่ 1 ประกอบพิธีบวงสรวงปลุกเสกปรุงยาวาสนามหาจินดามณี โอสถอันพิลาศ เลิศล้ำยอดยาในโลกแผ่นดิน ณ ถ้ำฉัตรทัณฑ์สำนักวัดเขาอ้อ เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2549 โดยมีอาจารย์ประจวบ คงเหลือ ศิษย์ฆราวาสเขาอ้อเป็นเจ้าพิธีกรรมและในพิธีมหามงคลครั้งนี้ ได้เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ พระอาทิตย์ทรงกลด และ ท้องฟ้าสีทองผ่องอำไฟ เมื่อเสร็จพิธี

วาระที่ 2 ประกอบพิธีบวงสรวงขออนุญาติต่อองค์ปูนปั้น ท้าวจตุคาม และท้าวรามเทพ ณ วิหารพระทรงม้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2549

วาระที่ 3 ประกอบพิธีบวงสรวงขออนุญาติองค์พญาราหู ณ เขาพระราหู จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 8 ก.ย 49

วาระที่ 4 ประกอบพิธีบวงสรวงขออนุญาติองค์พระโพธิสัตว์พังพะกาฬ ณ ศาลพังพะกาฬ
เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2549

วาระที่ 5 ประกอบพิธีบวงสรวงเททองนำฤกษ์และเปิดพิมพ์พระผงนำฤกษ์ ณ วัดหน้าพระบรมธาตุในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549

วาระที่ 6 ประกอบพิธีบวงสรวงพุทธาภิเษก ณ ถ้ำฉัตรทัณฑ์สำนักวัดเขาอ้อ ในวันเพ็ญเดือน 12 ลอยกระทง 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2549

วาระที่ 7 ประกอบพิธีบวงสรวงจ้าวสมุทรปลุกเสกกลางทะเล จ.ชุมพร ในวันที่ 12 พ.ย. 2549
วาระที่ 8 ประกอบพิธีบวงสรวงพุทธาภิเษกเทวาภิเษก ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช
วาระที่ 9 ประกอบพิธีบวงสรวงสมโภชพุทธาภิเษกกลางหาวรับแสงสุริยันจันทรา ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2549

รูปแบบพิมพ์ทรง
เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกันแล้วว่าวัตถุมงคลที่สร้างสรรค์โดยคุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช ทุกแบบพิมพ์จะมีความโดดเด่นเป็นที่กล่าวขานว่ามีความสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พระสุริยันจันทราท้าวจตุคามท้าวรามเทพ และพระสุริยัน จันทราปิดตาโพธิสัตว์พังพะกาฬ รุ่น หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อนี้ ได้สรรค์สร้างแบบพิมพ์หลีกหนีทรงกลมที่ซ้ำซากจำเจ โดยกำหนดรูปทรงให้เป็นดอกมณฑาทิพย์บุบผาแดนสวรรค์ ซึ่งมีกล่าวไว้ในตำนาน หลวงพ่อทวด ทำให้แลดูสวยงามตระการตาอย่างยิ่งยวดไม่ซ้ำแบบใครพิมพ์ท้าวจตุคามท้าวรามเทพ กำหนดกึ่งกลางให้ประทับไว้ด้วยองค์ท้าวจตุคามบนบัลลังค์นาคราชซึ่งหันเศียร ออกด้านข้าง รายรอบชั้นนอกประทับไว้ด้วยองค์พญาราหู 8 ตน 8 ทิศเหนือเวหาและชั้นถัดมหาประทับไว้ด้วย องค์พญาราหู
8 ตน 8 ทิศ เหนือพสุธา และใต้บาดาล รวม 16 ตนเท่าจำนวนโสฬสมหามงคล ปกปักษ์รักษาคุ้มครองผองภัยเสริมดวงชะตาราศีบันดาลลาภผลพูนทวีเจริญรุ่งเรืองทั่วทุกทิศทั้งไตรภพ ด้านหลักกึ่งกลางประทับไว้ด้วยรูปจำลองศาลหลักเมืองรายล้อมด้วย นักษัตรทั้งสิบสอง สัญญลักษณ์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช รอบนอกประทับไว้ด้วยองค์ท้าวจตุคามและองค์ท้าวรามเทพสี่ทิศครบถ้วนพระโพธิสัตว์องค์พี่องค์น้องพิมพ์ปิดตาพระโพธิสัตว์พังพะกาฬ สลักเสลาแบบพิมพ์ได้อย่างคมชัดอยู่กึ่งกลาง แผ่ประกายรัศมีรอบองค์แลดูเข้มขลังอลังการสวยงามตระการตา ด้านหลังกึ่งกลางอัญเชิญรูปจำลองศาลหลักเมืองประทับไว้รายล้อมด้วย นักษัตรทั้งสิบสองสัญญลักษณ์เมืองสิบสองแห่งที่พระเจ้าจันทรภาณุและขุนศึกพังพะกาฬ แผ่อำนาจบารมียึดครองได้เป็นเมืองบริวาร รอบนอกประทับไว้ด้วยองค์พญาราหู 8 ตน 8 ทิศ และพระยันต์อโมนะมหามงคล ซึ่งเป็นยันต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเขาอ้ออันเกรียงไกรในแผ่นดิน